Thumbnail
เปิดอก "ตั๊ก บงกช" พูดถึงสาวนางโชว์ในหนัง “นางฟ้า“
May 15, 2013

     

       บทสัมภาษณ์นักแสดงสาวมากความสามารถ "ตั๊ก - บงกช คงมาลัย" กับการนั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก "นางฟ้า" 



 เริ่มตั้งแต่อยู่วงการบันเทิงจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง 

        เริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 14 ปี โดยเข้ามาแคสภาพยนตร์เรื่อง บางระจัน เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เล่นและเริ่มมีผลงานภาพยนตร์มาเรื่อยๆ เช่น ไอ้ฟัก, ต้มยำกุ้ง, ไฉไล, อำมหิตพิศวาส, คนไฟลุก ถ้าผลงานด้านละครก็เรื่อง นิราศสองภพค่ะ ส่วนรางวัลที่ได้รับจากการแสดง จะมีรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (รางวัลตุ๊กตาทอง) ดาวรุ่งหญิง จากเรื่อง บางระจัน และรางวัล Stars Awards ดาวรุ่งหญิงจากละครโทรทัศน์เรื่อง นิราศสองภพค่ะ

 จากนักแสดงมากความสามารถ ผันตัวสู่การเป็นผู้กำกับหญิงได้อย่างไร

        ตั๊กเล่นหนังมาเรื่อยๆ พอเริ่มโตขึ้นเราก็รู้สึกว่าเราชอบด้านภาพยนตร์ พอเราอยู่ในกองถ่าย ได้สัมผัสกับคนทำภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็กตั้งแต่เข้าวงการ แล้วก็อินกับมันจนรักภาพยนตร์ แล้วก็รู้สึกว่าอาชีพนี้จะต้องอยู่ต่อไป เราอยากอยู่กับวงการสร้างหนัง ด้วยความที่เป็นนักแสดง ก็ชอบเก็บรายละเอียดเก็บมุมมอง เก็บในเรื่องของชีวิตต่างๆ ชอบศึกษาชีวิตคนนู้นคนนี้ ก็จะจดเป็นไดอารี่ไว้บ้าง พอถึงจุดหนึ่งเราอยากจะนำมาทำเป็นภาพยนตร์ อยากจะนำชีวิตหรือมุมมองนั้นมาถ่ายเป็นหนังขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องที่ตั๊กชอบด้วย จึงอยากหยิบยกขึ้นมาตีแผ่ค่ะ   
 

    

 ไอเดียที่มากจากการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของนางโชว์

        ตั๊กเป็นคนที่ชอบเขียนและชอบมองอะไรไปรอบๆเยอะ ในแง่มุมนั้น มุมนี้ หรือในแง่ชีวิต ของแต่ละอาชีพ ชอบที่จะศึกษา พอเรามีโอกาสได้มาเจอกับ "พี่อ้วน รีเทิร์น" แล้วใจเราตรงกันว่าอยากจะทำหนัง ส่วนพี่อ้วนเสนอมาว่าอยากนำเรื่องเกี่ยวกับนางโชว์ ในแง่มุมที่อยากให้รู้ว่าความเป็นผู้หญิงทำงานกลางคืน ไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นคนไม่ดีเสมอไป  ส่วนตั๊กก็นำมาคิดต่อว่าอยากทำในมุมของชีวิตเด็กที่เกิดจากนางโชว์ เมื่อเรานำเรื่องมามิกซ์กันจึงกลายเป็นหนังขึ้นมาค่ะ        

        จะว่าไปจริงๆ ไอเดียแรกของหนังเรื่องนางฟ้า ต้องย้อนไปสมัยก่อน หนังต่างประเทศชอบให้ตั๊กไปแคสบทผู้หญิงกลางคืนอะไรอย่างนี้แทบทุกเรื่อง ตั๊กเลยรู้สึกว่าต่างชาติมักจะมองผู้หญิงไทยที่ทำงานกลางคืนในแง่ลบเพียงด้านเดียว เราก็เลยคิดอยากจะทำหนังที่ให้เกียรติผู้หญิงเหล่านี้ที่สะท้อนให้เห็นแง่มุมชีวิตต่างๆ ที่ชัดเจนมากขึ้น ก็เลยลงตัวที่เรื่องราวของพวกสาวนักเต้นหรือนางโชว์ ซึ่งจริงๆ แล้วอยากให้รู้ว่าพวกเค้าก็มีชีวิตทั้งด้านดีและร้ายแบบคนทำอาชีพอื่นๆ เหมือนกัน ก็จะเป็นหนังชีวิตที่มีครบทุกรสค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนานไปกับการแสดงโชว์ต่างๆ และเนื้อหาดราม่าโดนใจที่สอดแทรกแง่มุมชีวิตจริงของสาวๆ อาชีพนี้

 ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง

        เราต้องศึกษาก่อนว่าจะทำนางโชว์ออกมาแบบไหน ให้มันไม่เหมือนกับอันเก่าๆ  พี่อ้วนอยากให้มีมุมความเป็นดราม่า ซึ่งตั๊กว่ามันดูมีคุณค่ากับหนัง ทำให้หนังนางโชว์มันมีหัวใจมากขึ้น จากนั้นตั๊กจึงเริ่มเขียนเป็นโครงเรื่อง เสร็จแล้วให้พี่วิโรจน์มาร่วมเขียนบทภาพยนตร์ แล้วนำบทมาให้ "คุณเสี่ยเจียง(สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ)" เขาชอบบทที่เสนอไปเหมือนกันเพราะเป็นอีกมุมนึงที่ไม่ได้มีมานานมากแล้ว

        เสี่ยบอกว่าสหมงคลฟิล์มเป็นครูชั้นเอกเรื่องการตั้งชื่อหนังอยู่แล้ว เมื่อเสี่ยเห็นว่าเบื้องหน้าของหนังผู้หญิงทุกคนดูเป็นนางฟ้า แต่ด้วยชีวิตเบื้องหลังของนางฟ้าส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่ได้ดูหรูสวยงาม จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ "นางฟ้า" ค่ะ

 "นางฟ้า" เป็นภาพยนตร์แนวไหน

        เป็นหนังชีวิตที่มีครบทุกรสค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนานความบันเทิง ด้านของอาชีพคนที่ทำงานเป็นนางโชว์ เบื้องหน้าพวกเธอสวยงาม ยิ้มแย้ม แต่พออยู่หลังเวทีกลับกลายเป็นเรื่องราวชีวิตจริงๆของพวกเธอ ซึ่งมีหลากหลายมุม ทั้งมุมซีเรียส มุมที่น่าสนใจ หรือจะมุมที่ดูแล้วอาจจะไม่น่าเห็นใจเลยด้วยซ้ำ มันครบทุกรสจริงๆ เศร้า สนุกสนาน หรือแม้แต่โชว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ

 ทั้งกำกับ เขียนบท เป็นนักแสดง แถมยังดีไซน์เรื่องชุดโชว์ ทำหลายตำแหน่งมาก รู้สึกอย่างไรบ้าง

        สนุกมากค่ะ ตอนเขียนบทก็ร่วมเขียนกับ "พี่วิโรจน์ (ศรีสิทธ์เสรีอมร)" และก็มีพี่อ้วนเป็นที่ปรึกษาด้วย เพราะพี่อ้วนจะมีมุมของเขาที่อยากจะให้เป็น ก่อนจะเขียนออกมาได้ต้องมีการทำรีเสิร์ชกลุ่มคนทำงานกลางคืน ไปดูโชว์เต้นมา โชว์ที่เขาลือชื่อกันอยู่ในเมืองไทยมีที่ไหนบ้าง เราก็ไปดูกัน รวมถึงเรื่องเสื้อผ้าการแต่งกาย เจาะไปถึงชีวิตเบื้องหน้า เบื้องหลังของพวกเขาเป็นกันอย่างไร แล้วก็นำมาเขียนปรับเข้าไปในบท ให้มันดูเป็นหนังขึ้นมา จากนั้นเริ่มแคสติ้งหานักแสดงให้เข้ากับคาแร็คเตอร์ที่เราเขียน แล้วต่อด้วยการเวิร์คช็อปนักแสดงร่วมกัน เรื่องนี้ตั๊กก็แสดงเองด้วย ก็เขียนบทตัวเองให้เป็นคนใบ้ ก็เป็นอีกบทที่ท้าทาย เรื่องนี้เราต้องโฟกัสหลายอย่างเลยค่ะ ในส่วนของเรื่องการออกแบบเสื้อผ้าก็ขออาสารับหน้าที่นี้เองเช่นกัน มีไปศึกษาจากพวกพี่คอสตูมมืออาชีพมาบ้าง ศึกษาจากตัวตนนางโชว์ด้วยเช่นกัน ซึ่งในเรื่องเหตุการณ์มันเกิดขึ้นที่พัทยา เราก็ต้องดูกับสถานที่ เหมาะกับท่าเต้น หรือแม้แต่เพลงในแต่ละโชว์ควรจะเป็นเสื้อผ้าแบบไหน

 ในส่วนของการออกแบบท่าเต้นแต่ละโชว์เป็นอย่างไร

        ตั๊กมี "ครูเบิร์ด (สุรินทร์ เมทะนี)" เป็นผู้ออกแบบท่าเต้น และเป็นครูสอนพวกเราด้วย ครูเบิร์ดเป็นคนเก่งมาก คิวแน่นมากแต่ก็แบ่งเวลามาสอนพวกเรา เพราะเขามีออกแบบท่าเต้นให้กับงานต่างๆ เยอะเต็มไปหมด รายการโทรทัศน์, คอนเสิร์ต, โฆษณา หรือภาพยนตร์ เยอะมากค่ะ

 การคัดเลือกนักแสดง เพื่อสวมบทตรงตามคาแร็คเตอร์

        ต้องบอกว่านักแสดงที่เลือกแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเลือกให้ตรงกับคาแร็คเตอร์ไปหมดทุกอย่าง แต่เราเลือกคนที่พอจะมีความเหมือน แล้วนำมาปรับให้เข้ากับคาแร็คเตอร์ในเรื่องค่ะ

          มิ้นท์ รับบทโดย "อมยิ้ม จุฬาลักษณ์" ตามคาแร็คเตอร์จะเป็นคนที่มีความเป็นผู้หญิงสูงมาก เรียบร้อย กิริยาท่าทาง แล้วตัวน้องอมยิ้มเองก็เป็นคนเรียบร้อยด้วย ด้วยสรีระต่างๆ รูปร่างโอเคเลย เหมาะที่จะเป็นนางโชว์ แต่ก็ต้องฝึกซ้อมทั้งการแสดงและการเต้น เพราะนี่เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของน้องเขาเลยค่ะ

         รุ้ง รับบทโดย "หญิง รฐา" คาแร็คเตอร์เป็นผู้หญิงสวย เต้นเก่ง จะเป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับโชว์นางฟ้าแต่ละโชว์ในหนัง บุคลิกไม่ยอมคน ตั๊กเลือกหญิง เพราะเขาเต้นเก่งและเหมาะสมกับบทนี้มากค่ะ

          เฟิร์น รับบทโดย "ตั๊ก" คาแร็คเตอร์เป็นผู้หญิงที่เศร้า เหงา หัวอ่อนเชื่อคนง่าย แล้วก็เป็นใบ้พูดไม่ได้ แต่มีความเก่งด้านการจำท่าเต้นได้อย่างดีค่ะ

          ชารีฟ รับบทโดย "พี่หนึ่ง ชลัฏ" จะเป็นผู้ชายจอร์แดนหน้าตาคมๆ สำหรับพี่หนึ่งเราร่วมงานกันมาหลายเรื่องแล้ว จึงเลือกให้พี่หนึ่งมาแคสฯบทนี้ อยากให้พี่หนึ่งแสดงบทนี้ ที่ต้องเล่นเป็นคน 2 สมัย ที่ดูภายนอกจะขรึม ภายในเป็นคนดุและน่ากลัว ผู้หญิงเห็นภายนอกจะมองว่าดูดี ในเรื่องนี้พี่หนึ่งสามารถถ่ายทอดออกมาให้ผู้หญิงที่ดูรู้สึกเกลียดเขาได้เลยค่ะ

          ตรัย รับบทโดย "น้องจ๊อบ ไตรรงค์" ตามคาแร็คเตอร์จะเป็นคนที่มีความผิดปกติ กลัวว่าในอนาคตจะเป็นยังไง กลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวทุกอย่าง  เป็นนักดนตรีที่เล่นทั้ง เปียโน ทรัมเป็ต อยู่ในวงเดียวกันกับนางฟ้าด้วยค่ะ พอถึงจุดๆนึง ทุกคนย่อมมีชีวิตของตัวเอง แต่ไตรจะยึดติดกับวง กับความเป็นเพื่อน แล้วเมื่อวงแตกเขาจึงขาดความมั่นใจ ซึ่งน้องจ็อบเขามีพื้นฐานการเล่นดนตรี แต่เขาก็ยังไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้ดูเป็นนักดนตรีจริงๆด้วยค่ะ

          เก้าหรือไนน์ รับบทโดย "น้องโน่ มาเรียวโน่" เป็นเด็กที่เกิดมาจากนางโชว์ มีปมด้อย จึงชอบความรุนแรง ชอบชกมวย รู้สึกไม่ดีกับครอบครัวตัวเอง จึงกลายเป็นปัญหาในการตัดสินใจ ทั้งเรื่องเรียน หรือเรื่องอะไรต่างๆ จึงกลายเป็นเด็กแปลกหน่อย และเป็นเด็กที่คิดมาก สำหรับน้องโน่ จะมีปัญหาด้านภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัด แต่น้องมีพื้นฐานการต่อยมวย และการแสดงเป็นเรื่องแรก โน่ถ่ายทอดตัวละครของเก้าออกมาได้ดีมากค่ะ

          โซฟี รับบทโดย "น้องเจ็ม" มาเล่นเป็นเพื่อนของเก้า ที่คอยช่วยเหลือเก้าอยู่ตลอด เป็นลูกสาวของชารีฟ ซึ่งพ่อจะห่วงและดุมาก ก็จะทำให้มีปมเหมือนกัน น้องเจ็มหน้าจะดูเป็นลูกครึ่ง ดูเหมาะสมที่จะมารับบทเป็นลูกสาวของพี่หนึ่ง ชลัฏ ในเรื่องการแสดงถือว่าทำออกมาได้ดีค่ะ

 เรื่องราวของ "นางฟ้า" เป็นอย่างไร

        เรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นนางโชว์ ทำงานกลางคืนคอยให้ความบันเทิงกับคนที่ไปเที่ยวในร้าน เป็นผู้หญิงที่ทุกคนอาจจะมองข้ามไปบ้าง กับเรื่องราวชีวิตในแง่มุมทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง มุมที่ต้องทำงานกลางคืน หรือจะมุมของการเป็นแม่ ซึ่งจริงแล้วก็เป็นผู้หญิงที่ทำงานเหมือนคนปกติ เพียงเพราะอาชีพที่ต้องทำและเมื่อมีลูกวิธีการดูแลจะเป็นอย่างไร จะสะท้อนออกมาให้เห็นแง่ความลึกซึ้งที่เจาะลึกชีวิตเข้าไป

 โชว์ที่จะได้เห็นในภาพยนตร์

        การโชว์ในแต่ละแบบ จะมีทั้งที่เป็นแบบแฟนตาซีบ้าง แต่ตั๊กจะเน้นเป็นโชว์ที่น่ารัก ดูแล้วสนุกสนาน เพราะเราตั้งใจเล่าแง่มุมนางโชว์ เบื้องหลังเวทีมันเศร้าอยู่แล้ว ดังนั้นหน้าเวทีจึงต้องการให้สนุกสนาน สวยงามค่ะ มีการเต้นที่เรียกว่า "โพลแดนซ์" เป็นโชว์รูดเสาที่ขึ้นชื่อมากในเมืองไทย(ยิ้ม) ซึ่งมันยากมากนะขอบอก

 ใช้เวลาฝึกซ้อมพอสมควร มันยากขนาดไหน

        ต้องฝึกรูดเสาให้ได้ค่ะ (หัวเราะ) แอบเม้าท์น้องอมยิ้ม เพราะน้องเขาเรียบร้อยมาก ประสบการณ์การรูดเสาจึงดูยากลำบากมาก สำหรับคนที่ฝึกใหม่ จึงต้องใช้บอดี้เยอะมาก เพราะฉะนั้นซ้อมเต้นโพลแดนซ์หรือว่าจะเต้นจริงๆก็จะต้องกางเกงขาสั้นหรือเสื้อสายเดี่ยวค่ะ แล้วใช้เนื้อเพื่อให้อยู่กับเสาให้ได้ ส่วนหญิงเขาเป็นนักเต้นอยู่แล้วจึงไม่ยาก เขาชำนาญเรื่องการเต้นอยู่แล้ว ส่วนตั๊กก็ชื่นชอบการเต้นโพลแดนซ์ตั้งแต่ยังไม่ได้จะเริ่มเล่นหนังเรื่องนี้ ไปเรียนเต้นมาก่อนหน้านี้เลยไม่ยาก เพราะมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว เราซ้อมเต้นควบคู่กับการเรียนแอคจิ้งไปด้วยค่ะ ซ้อมมาตลอดจนถึงวันถ่ายทำซีนเต้น ซ้อมไปเรื่อยๆ เพราะว่าเรากลัวนักแสดงเป็นอันตราย กลัวว่าจะตกลงมาค่ะ

 มีการเตรียมเซอร์ไพรซ์ กับโชว์แต่ละชุดอย่างไรไหม

        โชว์ทุกชุดพิเศษหมดเลยค่ะ (ยิ้ม) ซึ่งแต่ละโชว์มีความแตกต่างกันไป อย่างโชว์ชุดกระต่าย ตั๊กออกแบบเอง แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูน ตั๊กเห็นนางเอกใส่หูและหางกระต่ายมันน่ารักดีนะ เลยนำมาออกแบบชุดโดยดีไซน์ให้มันแตกต่างทำเป็นหน้ากากและมีหูกระต่าย เสื้อผ้าเป็นเพชรสีดำ เวลาเต้นบิดหูกระต่ายดูน่ารักดี แต่ถ้าโชว์ที่เน้นดุดัน แต่เซ็กซี่ ก็คือโชว์โพลแดนซ์ ดูเร้าใจแน่นอน หรือว่าจะเป็นโชว์เต้นน่ารักสร้างความสนุก และโชว์นางฟ้า ที่จะเน้นการโชว์แบบพริ้วไหว เปรียบผู้หญิงคล้ายแมลงเม่าอยู่ในแสงไฟ เป็นการโชว์ความรู้สึก ที่เอาความรู้สึกเบื้องหลังมาใส่ไว้ในเบื้องหน้า อยากที่จะบินหนีไปจากวงจรชีวิตนี้

 ต้องใช้ภาษามือเป็นการสื่อสารและแสดงในเรื่องนี้ยากไหม

        ก็ไม่ยากนะคะจริงๆแล้วความยากของภาษามือคือ การเร็ว พอเร็วขึ้นปุ๊ปก็จะเริ่มงง ตั๊กไปเรียนกับครูที่สอนเฉพาะภาษามือและเวลาเราถ่ายเขาก็จะไปดูเราหน้ากองด้วย มาช่วยสอนหน้ากอง

 ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหญิงแบบเต็มตัวครั้งแรก ตื่นเต้นขนาดไหน

        ทั้งตื่นเต้น ทั้งสนุกมากค่ะ มันก็มีเหนื่อยบ้าง เราต้องทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน แต่ตั๊กได้ทีมงานมีฝีมือ รวมถึงพี่วิโรจน์ ทุกคนตั้งใจทำงานเต็มที่มากค่ะ

 ฉากที่ประทับใจเป็นพิเศษ

        ตั๊กชอบฉากที่ถ่ายในพัทยาตอนกลางคืนค่ะ ฉากนั้นเฟิร์นนั่งรถออกมาข้างนอกกับชารีฟ แล้วด้วยสองข้างทางที่มันให้ความรู้สึกสับสน วุ่นวาย แต่เฟิร์นเป็นหญิงสาวที่ว้าเหว่ มันเป็นฉากอารมณ์ที่ต้องการสื่อถึงความรู้สึกของผู้หญิงทำงานกลางคืนด้วยค่ะ ตั๊กชอบบรรยากาศของพัทยา เส้นถนนที่มีผับบาร์ อย่างถ้าเป็นเมืองนอกมาถ่ายจะเน้นไปในทางอารมณ์นักท่องเที่ยว แต่มุมของตั๊กไม่ใช่แบบนั้น

 การร่วมงานกับนีกแสดง "นางฟ้า"

         สำหรับ "หญิง" เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว เจอกันสนิทกันจากเรื่อง จันดารา มาร่วมงานในเรื่องนี้ก็เลยทำให้รู้ใจกันดีค่ะ ส่วน "อมยิ้ม" เข้าฉากด้วยกันบ่อย เราก็จะคอยสอนและเป็นแอ็คติ้งโค้ชให้กับน้องเขาด้วย ประทับใจในความพยายาม ความตั้งใจของน้อง ขยัน และน่ารักมากค่ะ และก็ "พี่หนึ่ง" เคยร่วมงานกันมาเรื่อง คนไฟลุก เราเป็นเหมือนพี่น้องกัน เขาเป็นคนดีน่ารัก เวลาร่วมงานกันพี่หนึ่งจะช่วยเซฟปกป้องตั๊กตลอด พี่หนึ่งถือว่าเป็นนักแสดงมืออาชีพมากค่ะ

 นักแสดงรุ่นเด็กเป็นอย่างไรกันบ้าง

        "น้องโน่" เป็นเด็กขยันมาก ชอบเอาชนะ พอเราบอกโจทย์ยากไป เขาจะพยายามทำให้ได้ แล้วเขาก็ทำได้จริง อย่างโน่จะมีปัญหาเรื่องภาษา เราจะบอกน้องว่าต้องฝึกบทนี้มาให้ได้กลับไปบ้านห้ามพูดอังกฤษนะ ต้องพูดภาษาไทย จนมาวันถ่ายน้องเขาก็ทำได้ดีในระดับนึงเป็นที่น่าพอใจ

 มีดุน้องบ้างไหม

        ดุนะ แต่ที่ดุเพราะว่าอยากให้น้องเขาเก่ง ก็จะบอกน้องว่าเหนื่อยหน่อยเพราะมันต้องฝึก น้องเขาก็ไม่บ่นหรือแอบบ่นลับหลังไม่รุ้นะ (หัวเราะ)

 การร่วมงานกับพี่วิโรจน์ ที่ร่วมมือร่วมใจทั้งเขียนบท และกำกับในครั้งนี้

        "พี่วิโรจน์" เปรียบเสมือนครูของตั๊กเลยค่ะ จะคอยบอกและสอนว่าจุดหนึ่งของภาพยนตร์เราต้องเคารพ หรือบางสิ่งตั๊กมองว่าอุปสรรคมันเยอะจัง ผ่านไปเลยละกัน แต่พี่วิโรจน์จะให้กำลังใจและบอกว่าไม่ต้องผ่าน พี่เชื่อว่าน้องต้องทำได้ พี่วิโรจน์ทุ่มเทและให้ใจกับหนังเรื่องนี้มาก เขาเชื่อในตัวตั๊กและเขาเชื่อมั่นว่าตั๊กทำได้ ตั๊กจึงให้ความเคารพและนับถือพี่วิโรจน์มากค่ะ

 สิ่งที่คนดูจะได้รับจากการชมภาพยนตร์ "นางฟ้า"

        แน่นอนคือความบันเทิง แต่อีกมุมนึงคือการสะท้อน เรื่องราวชีวิต ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ คนที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาชีวิตจะมีทางเลือกและการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้นอย่างไร ตั๊กเชื่อว่าจะเป็นหนังที่สะท้อนสังคมได้อย่างดีค่ะ ฝากผลงานเรื่อง "นางฟ้า" ไว้ด้วยนะคะ เป็นงานกำกับเรื่องแรกของตั๊ก ตั้งใจทำเต็มที่มาก อยากให้ทุกคนมาดูกันเยอะๆนะคะ

 

ขอขอบคุณ : sanook.com